นัดประเดิมฤดูกาลใหม่ของอาร์เซน่อลและนัดแรกของพรีเมียร์ลีกเริ่มต้นได้ไม่ค่อยสวยสักเท่าไหร่ เพราะแพ้คาบ้านตั้งแต่เพิ่งเริ่มต้น ซึ่งผลการแข่งขันนั้นผิดคาดจากที่เหล่าเซียนวิเคราะห์เอาไว้มาก ซึ่งต่างจากแมนฯ ซิตี้ที่ฟอร์มเหนือมาแต่ต้น สมควรเป็นผู้ชนะในบิ๊กแมตช์มากเลยทีเดียว ซึ่งลูกทีมของเป๊ปนั้น มีคุณภาพดีกว่าคนในทีมอาร์เซน่อลทั้งหมดเสียอีก สมกับเป็นแชมป์เก่ามาก งานนี้เส้นทางไม่ค่อยจะสวยงามสักเท่าไหร่แล้ว กุนซือใหญ่เจอศึกนักตั้งแต่ก้าวแรกในอันดับลีกอังกฤษ ซึ่งครั้งนี้อาจจะต้องปรับเปลี่ยนเกมหลายอย่าง ซึ่งทางอาร์เซน่อลมีแผนที่จะส่ง 2 จาก 5 ผู้เล่นใหม่เข้ามาชิงแต้มในนัดหน้า นั่นคือโซคราตีส ปาปาสตาโธปูลอส ในตำแหน่งเซนเตอร์ และ มัตเตโอ เกวนดูซี่ ดาวรุ่งจากฝรั่งเศสลงลุยแดนกลาง หวังโชว์ผลงานช่วยทีมให้หายใจสะดวกอีกครั้ง ซึ่งการเลือก เกวนดูซี่ มาเป็นตัวจริงในนัดถัดไปนั้นถือว่าเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์แฟนๆ มาก เพราะหากดูผลงานในช่วงปรีซีซั่น จะเห็นพัฒนาการของหนุ่มวัย 19 ปีที่เล่นได้ยอดเยี่ยม และนี่ถือเป็นโอกาสที่ดีในชีวิตที่จะได้เป็นตัวจริงของทีมอาร์เซน่อล โดยในฤดูกาลก่อนหน้านี้ เกวนดูซี่ เล่นอยู่ในลีกเดอซ์ให้ลอริยองต์เท่านั้น ซึ่งผ่านมา 3 เดือนก็ได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกเลย แถมยังเจอกับทีมเต็งอย่างแมนฯ ซิตี้อีก โดยดูจากแผนการเล่นของอาร์เซน่อลเหมือนเล่น 4-2-3-1 กรานิต ชาคา จับคู่กับ เกวนดูซี่ ตรงกลาง ส่วน 3 ตัวรุกใช้ เฮนริค มคิทาร์ยาน, อารอน แรมซี่ย์ และ เมซุต โอซิล โดยมี ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมย็อง เป็นหน้าเป้า อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ ในตำแหน่งเป็นสำรอง ซึ่งก็ต้องรอดูว่าในนัดต่อไปนั้นจะหมู่หรือจ่า

หลังจากได้รวบรวมพลมาตั้งแต่ต้นเดือนกรกฏาคม กุนซืออูไน เอเมรี ก็ได้นับทัพอาร์เซน่อลลงปรีซีซั่นครบ 5 นัดเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคว้าชัยเหนือลาซิโอ 2-0 แต้มที่สต็อคโฮล์ม ประเทศสวีเดน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานี้เอง ใน 3 นัดนัดสามารถเอาชนะทีมตรงข้ามได้ภายในเวลา 90 นาที โดย 2 นัดก่อนหน้านี้นั้นได้ไล่บี้บอแร่ม วู้ด 8-0 และถล่ม ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 5-1ถือว่าเป็นผลงานที่ดี ส่วนอีก 2 นัดที่เหลือตีเสมอเชลซีได้ 1-1 แต้มในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ และชนะจุดโทษกับทีมแอต มาดริคแต่แพ้ไปในที่สุด เท่ากับว่าอาร์เซน่อลไม่สามารถแพ้ได้อีก ซึ่งเอเมรี่ก็ทำงานได้ดีไม่ผิดหวัง ในนัดปิดสนามซ้อมอุ่นเครื่อง 2 นัดลับๆ สามารถเอาชนะ ครอว์ลี่ย์มาได้ 9-0 และแพ้เรนท์ฟอร์ดไป 1-2 ถือว่าไม่น่าเกลียดมากนัก โดยในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมานั้น อาร์เซน่อลค่อนข้างมีความพร้อมก่อนเปิดสนามจริง ซึ่งนัดที่เจอกับแมนฯ ซิตี้นั้นค่อนข้างเสียเปรียบอยู่มาก จึงพ่ายไปในนัดนั้น แต่ทั้งนี้กุนซือใหญ่ชาวสเปนก็ยังไม่ย่อท้อ พยายามพาทีมไปในระบบการเล่นที่ชัดเจนมากขึ้นรวมไปถึงฟอร์มของของ สเตฟาน ลิคท์สไตเนอร์ กับ ลูกัส ตอร์เรยร่า ที่ประเดิมสนามกับลาซิโอด้วย อาจจะต้องซ้อมหนักเป็นพิเศษจนกว่าจะเข้าขากัน แผนของทีมคือจะให้เอเมรี่ทดลองเล่นในระบบ 4-4-2 ในช่วงครึ่งแรก โดยมีอเล็กซองด์ ลากาแซตต์ จับคู่ในแดนหน้ากับ เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์น่าจะมีประสิทธิภาพมากที่สุด ในส่วนของกองกลาง 4 คนเลือกใช้กรานิต ชาคา ที่ทำฟอร์มได้ดีในช่วงปรีซีซั่น ลงประกบคู่ตอร์เรยร่า ขนาบข้างด้วย อเล็กซ์ อิโวบี้ และ รีสส์ เนลสันเพื่ออุดรอยรั่วจากการพลาดในนัดที่แล้ว ซึ่งคาดว่านัดที่จะถึงนี้น่าจะคว้าแต้มคืนมาได้แน่นอน

กำลังอยู่ในช่วงฮึกเฮิมทีเดียวสำหรับทีมแอตเลติโก มาดริด ซึ่งคาดว่าน่าจะครองบัลลังก์แชมป์แรกของซีซัน หลังจากที่เอาชนะ เออัล มาดริดมาด้วยสกอร์ 4-2 สอยแชมป์ร่วงแบบไม่เกรงใจ ได้ถ้วยยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพไปนอนประดับสโมสร เรียกว่าแอตเลติโก มาดริด นั้นเป็นทีมเดียวที่สามารถแย่งแชมป์ลีกมากได้จากสองมหาอำนาจลูกหนังอย่งาบาร์เซโลน่า และเรอัล มาดริด หลังจากยุคของราฟาเอล เบนีเตชจากเบเลนเซียคว้าแชมป์ในลีกาปี 03-04 โทรฟี่แชมป์ลีกกลายเป็นถ้วยที่หมุนเวียนผลัดกันชมระหว่างอาซูลกราน่ากับทีมราชันชุดขาว รีอัล มาดริดมาตลอด 14 ฤดูกาล ซึ่งทีมอื่นๆ ทำได้แค่หมุนเวียนขยับตำแหน่งแต่ก็ไม่เคยคว้าชัยได้จะมีก็เพียงแค่ทีมบาร์เซโลน่าที่แทรกเข้ามาสอยแชมป์ลีกา 9 สมัย ในขณะที่เรอัล มาดริคคว้าไปอีก 4 สมัย และมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นจาก 14 ปีที่ผ่านมาที่แอตเลติโก มาดริกของเอโก้ ซิเมโอเน่ สามารถบุกเอาชนะเจ้าแชมป์อย่างบาร์เซโลน่าได้ เรียกว่าเป็นผู้พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ของทีมตราหมีอย่างแท้จริงก็ว่าได้ กุนซือใหญ่เอล โชโล่นั้น นั่งแท่นแทรนเนอร์ของทีมต่อจากเกรออรีโอ มานซาโน่ในปี 2011 ซึ่งในเกมแรกที่ทำหน้าที่ก็สามารถคว้าแชมป์ให้กับทีมได้ในศึกยูโรปาลีกคว้าอันดับ 5 ของลีกาตั้งแต่ซีซันแรกยันจบซีซั่น หัวหน้าโค้ชซิเมโอเน่นั้นคอยปลุกปั้นทีมตราหมีในแบบฉบับของตนจนมีความแข็งแกร่งได้อย่างในปัจจุบัน กล้าท้าทายบัลลังก์แชมป์ของมหาอำนาจอย่างไม่เกรงกลัว

บรู้กลิน เน็ตส์ผู้จัดการใหญ่ของทีมการันตีถึงค่าตอบแทบผลงานของสเปนเซอร์ ดินวิดดี้ การ์ดตัวจ่ายที่ทำผลงานอย่างก้าวกระโดด โดยให้ค่าตอบแทนถึง 1.65 ล้านเหรียญสหัฐอเมริกาในซีซั่นหน้าฤดูกาล 2018-2019 นี้ โดยตามรายงานของ อีเอสพีเอ็น ได้ระบุเกี่ยวกับสัญญาเดิมของดินวินดี้ที่มีเงื่อนไขและค่าเหนื่อยที่ไม่ต่างจากตัวโนเนมในทีม แต่หลังจากที่สัญญาใหม่ได้รับการเปิดเผยก็ค่อนข้างเห็นด้วยกับค่าตัวระดับนี้ เพราะเขาเป็นผู้เล่นที่ทุ่มเทมากจริงๆ ซึ่งนอกจากนี้ดินวินดี้ยังจะได้รับเงินอีกก้อนมูลค่า 2.5 แสนเหรียญสหรัฐอเมริกาด้วย โดยจะกั๊กไว้จนกว่าจะถึงฤดูกาลหน้า ในส่วนของผลงานดินวินดี้ การ์ดตัวจ่ายผู้มีความสูง 6ฟุต 6นิ้วนั้น ทำผลงานได้ดีมากในซีซั่นล่าสุดเฉลี่ยคือ12.6 แต้ม, 3.2 รีบาวน์ด และ 6.6 แอสซิสต์ จากการลงเล่นทั้งหมด 80 นัด เหตุที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จก็คือการลงเล่นอย่างสม่ำเสมอจนเจนสนาม เนื่องจากเจรามี่ หลินมีอาการบาดเจ็บที่เอ็นหัวเข่าโดยพักทั้งซีซั่น ดังนั้นจึงเป็นโอกาสที่ดินวินดี้ได้มีโอกาสลงทุกนัด ถือเป็นโชคดีทำให้ได้พิสูจน์ฝีมือจนได้รับการยอมรับในปัจจุบัน ซึ่งคาดกันว่าหลังจากจบฤดูกาลใหม่นี้ ดินวินดี้จะกลับมาเป็นตัวสำรองให้กับทีมรัสเซลล์และอัลเลน แคร้บบ์ แต่น่าจะมีโอกาสได้ลงสนามมากกว่าแต่ก่อนเพราะมีผลงานโดดเด่นแซงหน้าเพื่อนในทีม ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องของอนาคต ยังไงรอดูปัจจุบันก่อนดีกว่าว่าฤดูกาลนี้เขาจะทำผลงานได้ดีขนาดไหน

หลังจากที่เปิดสนามด้วยชัยชนะเหนือทีมอัดเดอร์สฟิลด์ไปแล้วนั้น พรรคพวกเชลซีจะได้ลงสนามในสแตมฟอร์ด บริดจ์ในเกมแรกของยุคการคุมทีมของเมาริซิโอ ซาร์รี่ ซึ่อถือว่าเป็นบททดสอบมหาหินในการคุมทีมเกมแรกของโค้ชชาวอิตาลีคนนี้ ซึ่งคู่แข่งในนัดหน้าคืออาร์เซน่อล ซึ่งเป็นคู่แข่งในเรื่องการคุมทีมด้วย ซึ่งเมาริซิโอ ซาร์รี่จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นใดๆ ยังใช้ 11 ผู้เล่นตัวจริงในการสู้ศึกครั้งต่อไป โดยใช้ระบบ 4-3-3 โดยมีเกปา อาร์ริซาลาบาก้าเป็นผู้รักษาประตูมือกาว ใช้คู่เซนเตอร์ตัวเก่าอย่างอันโตนิโอ รือติเกอร์กับดาวิค ลุยซ์ทำงานเคียงคู่กัน มีเซซาร์ อัซปิลิกอยต้าและมาร์กอส อลอนโซ่ยืนแบ็คซ้ายขวา ใช้จอร์จินโญ่เป็นแดนกลางและมีรอสส์ บาร์คลีย์กับเอ็นโกโล่ ก็องเต้เป็นแนวรุกตัวเด็ดเพื่อบุกทำคะแนนให้ทีม และเปโดร โรดริเกซกับวิลเลี่ยนเป็นตัวริมเส้นเพื่อปั้นเกมให้กับกองหน้าอัลบาโร่ โมราต้า เรียกว่าเป็นตำแหน่งที่เหมาะสมทุกตัว แต่ก็ยังมีจุดที่ต้องแก้ไขซึ่งข้อผิดพลาดนั้นเกิดขึ้นตอบพบกับเชลซี โดยเกมบีสเพรสซิ่งสูงทันทีทำให้การครองบอลเสียศูนย์เกือบทั้งทีม และไม่ถึงสิบนาทีก็เสียประตูให้กับจอร์จินโญ่ ซึ่งเปิดเกมเร็วให้มาณ์กอส อลอนโซ่หลุดเดี่ยวขึ้นมาทำประตูไหลซ้ายให้กองกลาง ทำให้คว้าชัยเหนืออาร์เซน่อลไปได้ ดังนั้นทางกุนซือเมาริซิโอ ซาร์รี่อาจจะต้องหาทางแก้เกมเพื่อให้ทีมพลิกมาเป็นฝ่ายชนะในนัดหน้าที่ต้องเจอกับทีมต่อไป

สแตน แวน กันดี้อดีตเฮดโค้ชของดนทรอยท์ พิสตันส์ได้เผยกับสื่อและอ้อนวอนของานในเวลาเดียวกัน หลังจากระเห็ดออกมาจากลิตเติ้ล ซีซาร์ส อารีน่า ในซีซั่น 2017-2018 ก็ยังไม่มีใครมาทาบทามขอให้ไปคุมทีมอีกเลย เลยอาจจะปลดระวางตัวเองในเร็วๆ นี้ แต่ก็ยังอยากทำงานอยู่จึงวอนของานจากบรรดาทีมต่างๆ ด้วย ล่าสุดแวน กันดี้ได้ไปร่วมรายการเรียล ทอล์ก บาสเกตบอลซึ่งเป็นรายการวิทยุออนไลน์ เกี่ยวกับเรื่องการเป็นเฮดโค้ช ซึ่งเขาอยากทำหน้าที่กุนซือต่อไปแต่ก็ไร้การติดต่อจากทีมในลีกเอ็นบีเอจนคิดถอดใจจากอาชีพ ซึ่งเขามีแพลนเอาไว้ว่าในฤดูกาลใหม่นั้นหากได้งานก็มีแผนสำหรับเพื่อเอาไปใช้ได้เลย แต่ทว่าแผนที่คิดก็ยังไม่ถูกนำไปใช้เพราะยังไม่มีทีมใดๆ ติดต่อมา ไอเดียหลายอย่างจึงไม่สามารถต่อยอดได้ ซึ่งทางครอบครัวของเขาก็สนับสนุนให้ปลดระวางตัวเองหากว่าในซีซันหน้ายังไม่ถูกเรียกตัวไปในทีมไหนเลย ก่อนหน้านี้นั้นแวน กันดี้ถูกพิสตันส์ไล่ออกจากตำแหน่งเพราะพลาดโอกาสในการทำเพลย์ออฟถึง 2 ปีติด ผลงานการแข่งของทีมทำได้ 39-43 ในซีซั่นล่าสุด ซึ่งทางพิสตันส์ได้นำเดวน เคซี่ย์มาดำรงตำแหน่งเฮดโค้ชแทน มีดีกรีเป็นผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยมในฤดูกาล 2016-2017และยังเคยคุมทีมไมอามี ฮีตอีกด้วย ซึ่งมีผลงานที่ดีกว่าและเฮดโค้ชคนใหม่ก็มีประสิทธิภาพในการคุมทีม ดังนั้นอนาคตของแวน กันดี้จะเป็นอย่างไรคงต้องติดตามกันต่อไป

ช่วงซื้อขายนักเตะของพรีเมียร์ลีกนั้นสิ้นสุดไปตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคมแล้ว ซึ่งเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่มีการปิดตลาดการการแข่งขันฤดูกาลใหม่ ซึ่งการที่ปิดตลาดเร็วนั้นก็เพื่อให้นักเตะของทุกทีมมีสมาธิกับเกมมากขึ้นนั่นเอง โดยยอดซื้อขายของปีนี้อยู่ที่ประมาณ 1260 ล้านปอนด์ ไม่อาจทำลายสถิติของเดิมในซัมเมอร์ที่แล้ว ที่ปิดราคาที่สถิติ 1400 ล้านปอนด์ เหตุผลที่ราคาไม่พุ่งทะยานนั่นก็เพราะกว่าการปิดตลาดไวกว่าปกติ ทำให้การใช้จ่ายเงินของแต่ละสโมสรนั้นน้อยลง แต่จุดที่น่าสนใจของการซื้อขายในซีซั่นนี้คือการใช้เงินซื้อนักเตะจากลีกต่างประเทศมีมากกว่าเดิมถึง 880 ล้านปอนด์ ซึ่งแปลว่าในซีซันนี้แข้งนอกได้รับความนิยมสูงกว่าแข้งในประเทศเสียอีก ในบางสโมสรของพรีเมียร์ลีกนั้น ตำแหน่งผู้รักษาประตูชั่วคราว ยังใช้ตัวนักเตะดังๆ จากต่างประเทศ เช่น อลีสซง เบ็คเกอร์ และล่าสุดอยาง เกปา อาร์รีซาบาลาก้า ซึ่งค่าตัวรวมกันมากถึง 130 ล้านปอนด์เลยทีเดียว ซึ่งในส่วนของนักเตะภายในประเทศ จะเป็นการยืมตัวใช้กับมากกว่าขายขาด โดยทีมลิเวอร์พูลได้ส่งแอนนี่ อิงส์ให้เซาธ์แฮมป์ตันยืมมาใช้งานในฤดูกาลนี้ แต่ทว่าซีซั่นนี้ค่อนข้างเงียบเหงาเพราะ 6 ทีมนำของกลุ่มไม่มีการซื้อแข้งใหม่เข้ามาเพิ่มในทีม ไม่ว่าจะเป็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่เน้นใช้แข้งเดิมที่มีอยู่ ทางเชลซีเองก็เหมือนจะมีกระแสข่าวว่าจะซื้อตัวเพิ่ม แต่ก็มีเพียง มาเตโอ โควาซิช ที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่ก่อนเปิดตลาด

สำหรับเคลย์ ธอมป์สันตัวการ์ดวัย 28 ปี ยังนั่งยันนอนยันว่าอยากจะเล่นกับ โกลเด้น สเตท วอร์ริเออร์ส ในตลอดช่วงที่เหลือของการเล่นบาสเกตบอลอาชีพ ซึ่งเขากำลังจะเป็นฟรีเอเจนด์ในช่วงซัมเมอร์ปี 2019 แต่ยังหวังใจที่จะเล่นให้กับโกลเด้น สเตท วอร์ริเออร์สต่อไป แม้ว่าจะมีหลายทีมสนใจอยากจะให้เขาเซ็นสัญญาด้วยก็ตาม ซึ่งจากรายงานของเอ็นบีเอ สปอร์ตได้รายงานว่า ธอมป์สันนั้นเป็นผู้เล่นดราฟท์รอบแรกเมื่อปี 2011 โดยเขาสามารถพาทีมคว้าแชมเอ็นบีเอร่วมกับโกลเด้น สเตทถึง 3 สมัยเลยทีเดียว แต่ในเร็วๆ นี้เขากำลังจะเข้าสู่การเป็นฟรีเอเจนต์ทำให้หลายทีมจ้องกันตามันอยากจะได้ตัวมาร่วมทีม เพราะโกลเด้น สเตท วอร์ริเออร์สนั้นมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายจึงไม่สามารถรั้งผู้เล่นตัวดังๆ เอาไว้ได้ จึงต้องปล่อยไปหลายคนเลยในซีซั่นที่ผ่านมา แต่ทั้งนี้ธอมป์ซันก็ไม่ได้เห็นเรื่องเงินสำคัญไปกว่าเรื่องจิตใจ เขาแสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนที่จะอยู่ทีเดิมเช่นเดียวกับ สตีเฟ่น เคอรร์รี่ ที่ต้องการอยูกับโกลเด้น สเตท วอร์ริเออร์ส ไปตราบนานเท่านั้น ซึ่งเรื่องของการทำสัญญาจะเป็นไปในแนวทางไหนนั้น หลายคนคงให้ความสนใจ แต่เขายืนยันว่าอยากจะอยู่ที่เดิมไปตลอดจนกว่าจะสิ้นสุดอาชีพนักบาส แต่ทว่าการเจรจาเรื่องสัญญายังไม่ลงตัว ซึ่งเป้าหมายแรกนั้นเขาคิดว่าจะอยู่กับโกลเด้น สเตท วอร์ริเออร์สต่อไป แต่ก็ต้องรอดูสัญญาอีกทีจนกว่าจะถึงวันเซ็น

สำหรับสิ่งที่แมนยูฯ ต้องทำอย่างเร่งด่วนหากอยากเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกในซีซันนี้นั้น มีด้วยกันหลายข้อทีเดียว แต่วันนี้จะสรุปข้อใหญ่ๆ ให้ได้ทราบ เพราะหลังจากที่ศึกล่าสุดเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา เฉือนเอาชนะเลสเตอร์ ซิตี้ไป 2-1 ในบ้านตัวเอง ก็ได้มีข้อวิจารณ์หลายอย่างที่ดูเหมือนจะเป็นรองที่ใหญ่ๆ ในระดับเดียวกันอยู่ 1.ควรจัดตั้งผู้อำนวยการกีฬา ปีศาจแดงแมนยูฯ นั้นถือได้ว่าเป็นสโมสรที่รวยมากที่สุดในโลกก็ว่าได้ แต่ทว่าไม่สามารถดึงดูดในนักเตะดังๆ ระดับท้อปมาเข้าร่วมทัพได้ เพราะว่าการซื้อขายต้องขึ้นอยู่กับเอ็ด วู้ดเวิร์ด ผู้บริหารระดับสูงเท่านั้น ซึ่งทีมต้องการนักเตะที่มีฝีเท้าดี อยากจะดึงนักเตะแกร่งๆ มาเสริมทีม ทั้งนี้ทางแมนยูฯ กำลังมีแผนที่จะดึงตัวมอนชี่ ผู้อำนวยการกีฬา อาแอส โรม่า เข้ามาร่วมงานในสโมสรและนอกจากนี้ก็ยังมองๆ ฟาบิโอ ปาราติชี่ไว้อีกด้วย 2.ยกระดับฟอร์มการเล่น สังเกตดูว่าเวลาที่แมนยูฯ นั้นไปเยือนที่ใหญ่ๆ มักจะเอาชนะได้แค่ 2 นัด แพ้ 3 ไม่ก็ แพ้ 2 เสมอ 1 อะไรทำนองนี้ ซึ่งจากสถิติการออกไปเยือนที่ยักษ์ทำผลงานได้แค่ ลิเวอร์พูล 0-0, แพ้ เชลซี 0-1, แพ้ สเปอร์ส 0-2, ชนะ อาร์เซน่อล 3-1 และชนะ แมนฯ ซิตี้ 3-2 ได้เพียง 7 คะแนนจาก 15 คะแนนเท่านั้น ซึ่งยิงไปได้แค่ 6 ประตู โดยในการจับคู่กับทีมบิ๊กๆ มักจะพลาดและดูไม่ค่อยมีประสิทธิภาพมากเท่าที่ควร และก็มีบางนัดที่ออกไปแพ้ทีมเล็กๆ ซึ่งหากอยากเป็นแชมป์อาจจะต้องปรับปรุงในส่วนของฟอร์มการเล่นอย่างเร่งด่วน

ในโลกยุคปัจจุบันมีหลายอาชีพที่ทำเงินให้อย่างมหาศาล ไม่เว้นแม้กระทั่งวงการกีฬาโดยเฉพาะฟุตบอล ที่นักเตะตัวดังๆ สามารถทำเงินได้หลายร้อยล้านปอนด์ หากมีความตั้งใจและฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ พัฒนาตัวเองอยู่เรื่อยๆ หนทางสู่การเป็นนักฟุตบอลมืออาชีพค้าแข้งในต่างแดนก็มีโอกาสเป็นไปได้อยู่ ซึ่งแข้งทองของต่างแดนนั้นได้รับค่าตัวกันขนาดไหน ของมาดูสุดยอดนักเตะที่ค่าตัวแพงลิบกันดีกว่า นั่นคืออเล็กซิส ซานเชซ จากสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งได้ค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 350,000 ปอนด์เลยทีเดียว ไม่น่าเชื่อว่าจากเด็กน้อยบ้านนาจะกลายมาเป็นสุดยอดนักฟุตบอลที่มีค่าเหนื่อยแพงสุดติดอันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งเขาเลือกที่อยู่ในสโมสรที่รวยที่สุดอย่างแมนเชสเตอร์ เพราะว่าทางสโมสรสามารถจ่ายค่าเหนื่อยให้ได้อย่างไม่ระคายกระเป๋า โดยอเล็กซิส ซานเชซนั้น ได้เริ่มต้นเป็นนักบอลในสโมสรบ้านเกิด โครเบลัว ก่อนจะได้เข้าสู่ทีมชาติชุดใหญ่ ด้วยฝีมือที่เก่งฉกาจ์จึงไปเตะตาอูติเนเซ่ สโมสรจากอิตาลี จึงยอมควักเงิน 1.7 ล้านปอนด์เพื่อดึงตัวเข้ามาร่วมทีมในขณะที่ตอนนั้นเขามีอายุเพียง 18 ปีเท่านั้น ซึ่งหัวเรือใหญ่แห่งแมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้บอกกับสื่อว่า อเล็กซิสนั้นยังหนุ่มและยังสามารถพัฒนาการเล่นไปได้อีก เขามีฝีเท้าที่ดีเหมาะกับจะเป็นกองหน้า โดยศักยภาพที่ยอดเยียมและสามารปฏิบัติตามคำสั่งได้ดี ทำให้อนาคตของเขาน่าจะยังยาวไกลในวงการฟุตบอล และก็เป็นเช่นนั้นเพราะปัจจุบันอเล็กซิสได้ย้ายมาเล่นกับแมนยูฯ และทำผลงานได้ดีเกินคาด